perfect

 

สวัสดีค่ะ น้องๆ ทั้งเด็ก CAS และเด็กไม่ CAS (แปลว่าไรฟะ อิ อิ)

พี่ยูริเปิดห้องเรียนแสนสนุกอีกแล้วค่ะ เข้ามานั่งกันเร็วววว 

วันนี้พี่ยูริขอแนะนำเรื่อง Tenseคู่ ที่พี่ชอบมากที่สุด นั่นก็คือ Past Simple Tense และ Present Perfect Tenseค่ะ ส่วนตัวแล้วพี่ชอบ Present Perfect Tense มากนะคะ 

เพราะมัน Perfect เหมือนพี่ ( ตรงไหน อิ อิ ) ไม่ใช่ๆ เพราะเรื่องนี้ออกข้อสอบบ่อยมากๆค่ะ ทั้งในโรงเรียนและตอนสอบเข้าค่ะ

พี่ยูริขออธิบายสั้นๆนะคะว่า

Past Simple Tense (S + V2) จะใช้พูดถึงเหตุการณ์ใน อดีต ที่มันสิ้นสุดไปแล้ว เหมือนจุดจบชีวิตหนูอ่ะค่ะ อิ อิ ไม่ใช่ๆ ล้อเล่นๆ

Ex. When I was a child, I didn't eat vegetable

ตอนชั้นเป็นเด็ก ชั้นไม่กินผัก (กินหญ้าแพรกแทน อิ อิ)

เห็นมั๊ยคะว่ามันบรรยายถึงเหตุการณ์ในอดีต เมื่อตอนเป็นเด็ก (was = V2)ที่หนูเป็นได้แค่ครั้งเดียว เกิดแล้ว สิ้นสุดไปแล้ว

ส่วนรูปประโยคปฏิเสธ หรือ คำถาม เราก็จะเอา did มาช่วยค่ะ

I didn't eat vegetable : ชั้นไม่กินผัก

ถ้าเราใช้ did ,ช่วยแล้ว อย่าลืมว่า Verb ที่ตามมาก็ไม่ต้องผันเป็น V2 แล้วนะคะ เพราะ did มันผันไปแล้ว หนูไม่ต้องเก่งเกินหน้าอาจารย์ ผันมันสองตัวเลย.... ไม่จำเป็นค่ะ อิ อิ 

พูดง่ายๆคือ Past Simple Tense ก็คือการที่หนูเล่าเรื่องในอดีตที่สิ้นสุดไปแล้วอ่ะค่ะ มันไม่ได้มีผลในปัจจุบัน เช่น

I met P' Yuri at Sanamluang yesterday

เมื่อวานนี้ ชั้นไปเจอพี่ยูริยืนพิงต้นมะขามอยู่ที่สนามหลวงล่ะแก

 (เอ่อ....น้องคะ  อย่าเอาเรื่องจริงมาล้อเล่นค่ะ อิ อิ) นี่ก็เป็นแค่การเล่าเรื่องค่ะ มันเจาะจงเวลาได้ด้วยล่ะ เพราะมันเกิดขึ้นแค่จุดๆนั้นในอดีต ไม่ได้ดำเนินต่อไปไหน เรารู้เวลาค่ะ

 

แต่ถ้าเป็น Present Perfect Tense (S + has/have + V3) มันจะเป็น การบรรยายถึงเหตุการณ์ในอดีต (Past) ที่ไม่ได้หยุดอยู่ตรงนั้น แต่ดำเนินเรื่อยมาจนมา perfect ในปัจจุบัน (Present) ค่ะเช่น

I have seen P' Yuri at Sanamluang many times

แก ชั้นเห็นพี่ยูริ (have seen) ที่สนามหลวงหลายครั้ง (many times) เลย แก ตั้งแต่อดีต ยันปัจจุบัน ชั้นก็เห็นซ้ำอยู่อย่างงั้นล่ะ

 

เห็นมั๊ยคะว่าน้องคนนี้ เค้าเห็นพี่ หลายครั้ง เห็นมาเรื่อยๆ เริ่มเห็นเมื่อเดือนที่แล้ว จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเห็นพี่ยูริอยู่ เห็นมั๊ยคะว่า น้องเค้าไม่ได้เล่าถึงจุดเวลาว่า เห็นพี่ ตอนไหนในอดีต แต่เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและดำเนินเรื่อยมาตั้งแต่อดีตยันปัจจุบันค่ะ 

หรือ แบบพี่ยูริขอถามเล่นๆนะคะ ว่า ตั้งแต่เกิดมา ตั้งแต่อดีตยันถึงทุกวันนี้

น้องๆเคยลอกข้อสอบมั๊ยคะ หึ หึ

พี่ยูริจะถามเป็น Tense ไหนคะ Past Simple Tense หรือ Present Perfect Tense คะ?  

Image Hosted by Upload.TARAD.com

ถูกต้องค่ะ พี่ยูริต้องถามเป็น Present Perfect Tense ( S + has/have + V3) ค่ะ

Have you ever cheated in the exam? ถ้าเคยล่ะคะ

(พี่ก็เคยค่ะ แหม ก็คนธรรมดา ไม่ใช่นางฟ้านี่คะ อิ อิ แต่พี่ไม่ทำบ่อยนะคะ เพราะมันผิดค่ะ.... ผิดนี่คือ ผิดศีลธรรมนะคะ ไม่ใช่ลอกแล้วผิด อิ อิ)

ราจะตอบว่าYes, I have ever cheated in the exam

ถ้าไม่เคยเป็นนางฟ้ามาจุติ

เราจะตอบว่าNo, I have never cheated in the exam

หรือNo, I have not (haven't) cheated in the exam 

อีกประเด็นหนึ่งที่หนูควรรู้ คือ เรื่อง since กับ for ค่ะ

สองตัวนี้เป็น keyword ที่สำคัญสุดๆ ที่พอเราเห็นแล้ว เรารู้เลยว่าต้องใช้ Present perfect Tense ค่ะ

since = ตั้งแต่

 วิธีใช้ since + จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ หรือ ประโยค Past Simple Tense

for = เป็นระยะเวลาวิธีใช้

for + ระยะเวลารวมเช่น หนูเรียนภาษาอังกฤษมากี่ปีแล้วคะ

อืมมมม ถ้าสมมติว่าหนูอายุ 15 เรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ตอน 5 ขวบ ก็จะเรียนมาแล้ว 10 ปีใช่มั๊ยคะเอาล่ะ

เรามาลองแต่งประโยคตามตัวอย่างด้านบนดีกว่าค่ะ

I have studied English since I was five                                 

                                since the age of five

ชั้นเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ชั้นอายุ 5 ขวบ

I have studied English for 10 years

ฉันเรียนภาษาอังกฤษมาเป็นเวลาทั้งหมด 10 ปีแล้ว

เป็นไงคะ เข้าใจชัดเจนขึ้นมั๊ยเอ่ย :-) หวังว่าคงเข้าใจนะคะ

เอาล่ะค่ะ พี่ยูริอยากให้น้องๆทุกคนช่วยพี่ยูริบอกความแตกต่างของประโยคเหล่านี้หน่อยนะคะ

I first met him 10 years ago.

____________________________________________ 

I started work here in 1987.
____________________________________________
 

I ate too much at lunchtime.
____________________________________________

Now look at these same situations

I've known him for 10 years.
____________________________________________

I've worked here since 1987.
____________________________________________

My stomach hurts. I've eaten too much.
____________________________________________
  

ตอบกันมานะคะ เดี๋ยวพี่ยูริจะมาเฉลย + ให้แบบฝึกหัดเพิ่มค่ะ รับรอง เรื่อง Tense จะไม่ใช่ปัญหาของน้องๆอีกต่อไปค่ะ 

P' Yuri

 

edit @ 27 Mar 2009 09:23:13 by Yuri_on_the_Rox

Yuri's lively classroom: Tenses Part I

posted on 23 Feb 2009 14:25 by yuri-eng-on-the-rox in Yuriclassroom

 Memoir of  Yuri 

สวัสดีค่ะ น้องๆเรามาประเดิม Blog กันด้วย Grammar ขำๆผ่าน Memoir of Yuri บันทึกความทรงจำของยูริกันนะคะ.... ตั้งแต่เด็กมากๆแล้วค่ะ พี่ยูริฝันมาตลอดเลยว่า “อยากไปต่างประเทศ” ฝันมาตลอดเวลาตั้งแต่เด็กผมสั้นยันสมัยนี้ผมยาวแล้วก็ยังฝันอยู่....

 

I have always dreamed of going abroad since I was very young.

(ซึ่งความต้องการไปต่างประเทศนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่กระตุ้นให้พี่ตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษและชอบภาษานี้ค่ะ J )

ตอนที่ไปโรงเรียน (พี่อยู่เตรียมฯค่ะ) ทุกเช้าอาจารย์ก็ชอบให้ท่อง conversation ว่า

 “Have you even been to Chiangmai?” = เคยไปเชียงใหม่ป่ะเจ้า.... 

(ทำไมต้องเชียงใหม่อ่ะ ไม่เข้าใจ พอๆกับ I get up at six o’clock เลยค่ะ ท่องกันมาตลอด ไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนกันว่าทำไมมัน 6 o’clock J เป็นการสะกดจิตเด็กกลายๆนะคะเนี่ย) 

 

พี่ก็ตอบว่า อย่างภูมิใจ เชิดจมูกขึ้นแล้วพูดออกมาว่า 

“Yes, I have been to Chiangmai many times. I went to Doi Suthep and Night Bazaar market last month”

= เคยไปมาแล้วค่ะ หลายครั้งด้วย. ฉันไปเที่ยวที่ดอยสุเทพและตลาดไนท์บาซาร์มาเมื่อเดือนที่แล้ว 

 

แล้วอีเพื่อน(ที่เป็นเด็ก AFS) ทำท่าเหมือนโดนลบหลู่เพราะมันไม่เคยไป ก็ถามมาอีกว่า

 “ Have you ever been abroad?” = เคยไปต่างประเทศรึเปล่า.... 

 

ฉึก.... 

(เสียงอ่อย) “ No, I have never been abroad” = ไม่เคยอ่ะ 

 

เพื่อน : “really?” = จริงเหรอ แก? 

 

ยูริ : (เฮ้ย มันไม่มีในบทนี่นา) “Ummmm…. Really!

And have you ever visited France?”

= เอ่อ (มาไม้ไหนเนี่ย) จริงดิ แล้วแกล่ะ ตั้งแต่เกิดมาเคยไปประเทศฝรั่งเศสรึเปล่า?

(กะถามเพื่อจะโต้กลับซะหน่อยที่มันนอกบท มันไปประเทศเยอรมันมา ไม่ได้ฝรั่งเศส เชคแล้ว) 

 

คุณเพื่อน : “ Of course, I have visited France, actually Paris, four times”

“ I went there last year and even took some photos of me with the Eiffel tower”

= เคยอยู่แล้ว ชั้นไปประเทศฝรั่งเศสมา จริงๆแล้วไปปารีสด้วย (พูดแล้วก็ยักไหล่) ฉันไปมาเมื่อปีที่แล้ว ฉันยังถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟลด้วยนะ 

Image Hosted by Upload.TARAD.com

พี่ยูริ : (ขมุบขมิบ) ย่ะ ..... จากนั้นเป็นต้นมาพี่ยูริก็เรียกยัยนี่ว่า ยัยปารีส ฮีตั้น

Image Hosted by Upload.TARAD.com

(ค่ะ ได้ยินไม่ผิดหรอกค่ะ ฮีตั้นค่ะ ไม่ใช้ ฮิลตัน เพราะหน้ามันเหมาะกับชื่อที่พี่ตั้งให้มากกว่า ไม่รู้แปลว่าอะไร เรียกให้น่าเกลียดไว้เป็นพอ อิ อิ ) 

 

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพี่ยูริก็แค้นฝังหุ่น + ยิ่งอยากไปปารีสเข้าไปใหญ่ นครสุดแสนอีโรติก....เอ่อ ไม่สิ โรแมนติกสิ อิ อิ 

 

 พี่ยูริเลยพยายามเก็บตังค์มาตลอด ไม่หยุดเลย เก็บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนถึงทุกวันนี้ก็เก็บอยู่.... เอาล่ะ ค่าอ่านเรื่อง คนละ ห้าบาท จ่ายมาๆ อิ อิ (ล้อเล่น) ค่ะ พี่เก็บตลอดไม่หยุดตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน 

Over the past few years I have been saving money each monthfor this particular reason.

จนตอนนี้ก็ยังเก็บอยู่ค่ะ..... ยังไม่ครบค่าเครื่องบินเลยอ่ะ  แต่แล้วสวรรค์ก็มีตาจริงๆ ทำให้พี่ยูริได้ไปเหยียบแผ่นดินที่ Paris....  เพราะอะไรนั้น และ การเที่ยวตะลุยที่นครแห่งขนมปังบาแกตและไวน์สุดมันส์จะเป็นอย่างไร พี่ยูริขออุบไว้ก่อน

Image Hosted by Upload.TARAD.com"

เพราะว่า พี่ยูริขอเล่าอะไรให้ฟังหน่อยนะคะ น้องๆเห็นมั๊ยคะว่าพี่มี Subtitle ภาษาอังกฤษให้ด้วยบาง moment เพราะว่าวันนี้เราจะมาดูเรื่อง Tense กันค่ะ อิ อิ สาม Tense เลยล่ะ นั่นก็คือ

Present Perfect Tense, Present Perfect Progressive Tense และ Past Tense ค่ะ  

ขอเริ่มด้วย Present Perfect Tense ดีกว่าเนอะ

Note : Tense = Point of time when action is happening!          

Tense = จุดเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้น เช่น เกิดขึ้นในอดีต (Past Tense)

 


ดูจากสถานการณ์จริงเลยค่ะ  

I have alway dreamed of going abroad since I was very young.

ฉัน “อยากไปต่างประเทศตลอด”ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก 

คราวนี้ดูประโยคนี้นะคะ “Have you even been to Chiangmai?” = เคยไปเชียงใหม่รึเปล่า?

“Yes, I have been to Chiangmai many times.” = เคยไปมาแล้วค่ะ หลายครั้งด้วย.  

“ Have you ever been abroad?” = เคยไปต่างประเทศรึเปล่า....

“ No, I have never been abroad” = ไม่เคยอ่ะ  

ทำไมประโยคด้านบนในเนื้อเรื่องที่พี่ยูริพูดถึงเป็นPresent Perfect Tense อ่ะ? พี่ยูริขออุบไว้ก่อน

พี่อยากฟังน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ คนเก่งช่วยกันเล่าให้พี่ยูริฟังหน่อยสิคะว่าทำไมประโยคเหล่านี้ถึงเป็น

Present Perfect….

ถ้าแจกแจงได้ละเอียดจะดีมากเลยนะคะ  เอาล่ะค่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่าใครจะตอบข้อนี้ได้ แต่ยังไม่บอก อิ อิ อยากให้น้องๆคิดกันก่อนนะคะ  

Image Hosted by Upload.TARAD.comเราจะค่อยๆถามคำถาม ในแต่ละที่ที่พี่ยูริเดินทางไป ถ้าใครสะสมคะแนนได้มากสุด พี่ยูริมีรางวัลให้ค่ะ เป็นตระกูลศัพท์ออกข้อสอบ GAT และ ข้อสอบ O-Net ค่ะ ยิ่งตอบได้เยอะ น้องๆก็จะได้ตระกูลศัพท์เยอะขึ้นนะคะ ยิ่งทุกวันนี้ข้อสอบมักทดสอบเรื่อง Vocab เราบ่อยมากๆๆๆๆๆๆ เลยนะคะ ถ้ารู้ Vocab เยอะ จะยิ่งทำข้อสอบได้ค่ะ

นอกจากนั้นทุกๆสิ้นเดือนจะมีรางวัลใหญ่ให้น้องๆที่ร่วมสนุกด้วยนะคะ

เพราะฉะนั้น อย่าลืมเข้ามา check บ่อยๆนะคะ :-) 

เราจะเริ่มนับคะแนนกันตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่าเนอะ  

 

 Note โครงสร้างของ Present Perfect Tense

ประโยคบอกเล่า : S + has, have + V3 ค่ะ

ประโยคคำถาม : Has, have + S + V3

ประโยคปฏิเสธ : S + has, have + not / never + V3 

 

 

 

 

edit @ 24 Feb 2009 12:53:46 by Yuri_on_the_Rox